วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

รู้สึกตัวเพื่ออะไร




วางมันลงเสีย...


ในเมื่อสาเหตุที่แท้จริงของความทุกข์...


อยู่ที่การแบกหินก้อนหนัก


ไม่ว่าจะเติมแต่งหินให้สวยงามอย่างไร 


มันก็ยังหนักอึ้งอยู่นั่นเอง





*********************

รู้สึกตัวเพื่ออะไร

Q: เมื่อรู้สึกตัวแล้ว เดี๋ยวก็เผลอ เดี๋ยวก็เพ่ง จะมีบางช่วงหายไปเลย...

A: เห็นไหม๊ว่า มันมีความไม่พอใจเกิดขึ้น ให้รู้ทันว่าจิตมันจะไม่พอใจ... 

รู้ไปเรื่อยๆ ...อะไรเกิดขึ้นในจิตในใจ...รู้ไปเรื่อยๆ 

จะให้รู้สึกตัว ไม่ใช่รู้สึกตัวตลอดเวลา คนทั่วโลก ไม่มีคนรู้สึกตัว มีแต่คนหลง พอลงมือปฏิบัติจะมีคน 2 จำพวก ไม่หลงไปเลยก็นั่งเพ่งเอาไว้

การที่เรามารู้สึกตัวนี่นะ เพื่อตัดตอนชีวิตเราให้ขาดเป็นช่วงๆ ชีวิตเราตั้งแต่เกิดมา ตั้งแต่เด็กมา จนโตมาป่านนี้ เราหลงมาตลอด เราก็เลยรู้สึกว่าชีวิตนี้มีอันเดียว มีตัวเราอยู่จริงๆ เพราะว่าถาวรอยู่

แต่ทันทีที่สติเกิด จิตตั้งมั่น เราจะตัดออกไป เราจะเห็นว่าชีวิตที่หลงนั้น จบไปแล้ว   ขณะนี้รู้สึกตัว เดี๋ยวก็หลงใหม่ เดี๋ยวก็รู้สึก เดี๋ยวก็หลงใหม่เดี๋ยวก็รู้สึก...เป็นอย่างนี้ไหม๊...(ใช่ครับ)

นั่นแหละ ดีที่สุด ต้องการให้เห็นตรงนี้ ไม่ใช่ต้องการให้รู้สึกตัวตลอดเวลา เราไม่ได้เอาความรู้สึกตัวที่เที่ยง เราเอารู้สึกตัวเฉพาะที่จะตัดความหลงขาดเป็นช่วงๆ แล้วสุดท้ายปัญญาจะเกิด

จะเห็นว่า จิตที่หลงนะก็ไม่เที่ยง จิตที่รู้สึกตัวก็ไม่เที่ยง งั้นต่อไป อะไรๆในโลกนี้ก็ไม่เที่ยงหมดเลย เพื่อจะมาเห็นไตรลักษณ์

(ก็คือที่เห็นแว๊บๆ แว๊บๆ) ...ถูก...

(แล้วจะมีบางช่วงมันหายไปเลย)

...แล้วหลงไปเลย ฉะนั้น เราต้องมีเครื่องอยู่ ให้จิตอยู่ จะได้ไม่หลงยาว ปกติจิตจะหลงตลอดเวลา...หลวงปู่ดูลย์ท่านสอนว่า ...อนึ่ง ธรรมชาติของจิตย่อมส่งออกนอก...ส่งออกนอกคือหลงออกไป มันหลงออกไปตลอดเวลา

เรามีหน้าที่คือ หลงแล้วรู้ไวไว งั้นเราหัดให้จิตมันมีบ้านอยู่ไว้...พุทโธ พุทโธ...ไปก็ได้ ...หายใจไปก็ได้ ...แล้วพอมันหลงไปเราก็รู้ จะได้ไม่หลงยาว...

แต่ไม่ใช่พุทโธ...หรือหายใจไปเพื่อจะห้ามหลงนะ...หลงได้ หลงแล้วรู้ให้ไว จะยิ่งเห็นบ่อย ยิ่งเห็นไตรลักษณ์เร็วขึ้นอีก...เดี๋ยงหลง เดี๋ยวรู้...เดี๋ยวหลง เดี๋ยวรู้...เดี๋ยวหลง เดี๋ยวรู้...

สุดท้ายปัญญามันเกิด ถ้าหลงก็ไม่เที่ยง รู้ก็ไม่เที่ยง หลงก็บังคับไม่ได้ รู้ก็บังคับไม่ได้ เห็นไหม๊บังคับไม่ได้ (ใช่ครับ) นั่นแหละเห็นไตรลักษณ์แหละ

(ที่หลวงพ่อบอกว่า พุทโธแล้วห้ามหลง ที่จริงแล้วพุทโธก็เพื่อห้ามหลง...สุดท้ายก็หลงไปเอง)

ไม่...พุทโธไม่ได้เพื่อห้ามหลง พุทโธเพื่อจะรู้ว่าหลงไปแล้ว ไม่เหมือนกันนะ พุทโธเพื่อห้ามหลงจะตึงเครียด เพราะอะไรก็ห้ามไม่ได้ จิตจะหลงห้ามไม่ได้ จิตเป็นอนัตตา 

เราภาวนาแทบเป็นแทบตาย เพื่อจะให้เห็นความจริงของจิต...ไม่ใช่ภาวนาเพื่อจะเอาชนะอะไรเลย ...จะเห็น จิตที่รู้สั่งให้เกิดก็ไม่ได้ เกิดแล้ว...รักษาไว้ไม่ได้

จิตที่หลงห้ามไม่ให้เกิดก็ไม่ได้ ...เกิดแล้วจะให้จบเร็วๆ ก็ไม่ได้ สั่งไม่ได้ ดูให้เห็นไตรลักษณ์ที่มีตัวรู้  เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ ไม่ใช่มีตัวรู้เพื่อจะมีตัวรู้นิรันดรนะ

(ขอวิหารธรรมได้ไหม๊ครับ)

ดูจิต...เราเป็นคนช่างคิด ...ดูจิตหมายความว่า มันคิดเรื่องนี้มีความสุข รู้ทัน...มันคิดเรื่องนี้ เป็นความทุกข์ รู้ทัน...คิดเรื่องนี้ โลภ โกรธ หลงขึ้นมา รู้ทัน...รู้ทันจิตไป

คำว่า ดูจิต ดูจิต ไม่ใช่ไปนั่งดูนะ...ให้ความรู้สึกมันเกิดแล้วก็ค่อยรู้เอา บางคนเข้าใจผิด ดูจิต ก็ไปนั่งเฝ้าไว้ ยังงั้นจะไม่มีอะไรให้ดูเลย จะว่างไปหมดเลย.... 

ถอดความจาก...https://www.youtube.com/watch?v=KIc8cLV5CCI

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น