ธรรมสบายดี ตอนนี้ ผู้เขียนนึกชื่อตอนได้ หลังจากคิดอยู่นานว่า จะเขียนเรื่องอะไรดี = ) และแล้ว อยู่ดีดี ก็นึกขึ้นมาได้ เมื่อได้ยินข่าวดาราสาวสวย ตาหน้าตาน่ารัก ชื่อ เจนี่
จากช่วงหนึ่งใน CD ธรรมะ ชื่อว่า คิดเป็น เห็นธรรม โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านเอ่ย ถึงคำว่า “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” ในวิธีคิดแบบหนึ่งที่ท่านกล่าว คือ คิดแบบรู้ทันธรรมดา
ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า ธรรมดาของชีวิตนี้.. เป็น สิ่งสากล คนทั่วโลกจะพบเหมือนกันหมด สัจธรรมนี้ไม่เคยมีใครหนีพ้น สัจธรรมนี้เรียกว่า ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ภาษาธรรมะติดปีก = ) แปลให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” ท่าน ว.วชิรเมธี บอกให้จำคาถานี้ไว้เลย ท่านใช้คำว่า คาถาเลยนะเนี่ยะ คือ คาถา “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” ท่านกล่าวว่า คำว่า “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ “ อย่านึกว่ามันไกลตัวเรานะ ในตัวเรานี้ก็เกิดตลอดเวลา จิตของเราเกิดขึ้น เบิกบาน ถ้าไม่มีสติตลอด เดี๋ยวมันก็จะหดหู่
ทำไม จิตที่ เบิกบาน แล้วก็ หดหู่ ? >> ก็เพราะ มันไม่เที่ยง
ทำไม ไม่เบิกบาน ตลอดไป ? >> ก็เพราะ มันไม่ทน และ ไม่แท้
ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า จิตมันไม่แท้ ผู้เขียนขอขยายความว่า ท่านจะให้ความหมาย คือ จิต ไม่ใช่สิ่งที่แท้ จิต ไม่ใช่ตัวตน ท่านกล่าวว่า เราบังคับมันไม่ได้ คือ หากเราจะทำให้จิตเบิกบาน เราต้องคอยสร้าง เหตุ + ปัจจัย ให้มันเบิกบาน
ดังนั้น ท่านจึงบอกให้เราต้องรู้จักคำว่า รู้..ทันธรรมดา แล้ว ท่องเอาไว้ว่า เป็นธรรมดาของชีวิต วิธีคิดแบบรู้ทันธรรมดา “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ “ เหมาะที่จะนำไปใช้กับคนที่โลดแล่นใช้ชีวิตอยู่ และ เหมาะกับคนที่ประสบทุกข์หนักหนาสาหัส
ท่านเทศน์ให้ฟังต่อว่า การที่เราได้รับคำชมเชย ฝึกไว้นะ คนที่เคยชมเชยเรา ก็อาจจะเป็นคนที่ตำหนิเรา สามี - ภรรยา อยู่ด้วยกันก็ต้องฝึกไว้ มือที่เคยเปิดประตูให้เราขึ้นรถ สักวันจะผลักเราหัวทิ่ม หัวตำ ท่านบอกว่า ผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไว้ในหนังสือ ตอนที่จีบกันใหม่ๆ ไปทานข้าวด้วยกัน ไม่ต้องเอามือไปก็ได้ มันโรแมนติกมากกกก = ) แต่พอแต่งงานอยู่กินด้วยกันแล้ว มีเป็นพันมือก็บริการสามีไม่ทัน ตอนจีบกันใหม่ๆ เปิดประตูรถแล้วเชิญ พอแต่งงานกันแล้ว ผ่านไปเดือนแรก ภรรยาเปิดเองแล้วก็ขับให้ด้วย สุดท้ายก็เลิกกัน
ท่านว.วชิรเมธี บอกว่า คนที่เคยรักเรา กับ คนที่ทำร้ายเรา อาจเป็นคนเดียวกันก็ได้ มือที่เคยตระกองกอด 2 แก้มเรา ซักวัน มือนี้ ตบเราหน้าหัน ท่านจึงบอกว่า มันเที่ยงไม๊ ทุกข์แล้ว มันเป็นสุขไม๊ มันอยู่ในบังคับไม๊ สามีเนี่ยะ สั่งได้ตลอดไปไม๊ ต่อหน้าก็บอกว่า ชาตินี้ ไม่มีใครขึ้นฐานะอันสูงสุดในหัวใจพี่เท่าเธออีกแล้วววววว แต่พอไปที่ทำงาน มีกิ๊กยังไม่พอ มีกั๊กอยู่อีกบริษัท ท่านจึงเน้นให้ฟังว่า มันเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้น ท่องไว้ในใจว่า “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นอย่างนี้ตลอดเลย....ชีวิตเรา ท่านเน้นให้เราท่องไว้ตลอดเวลา แล้วความทุกข์ ทำอะไรไม่ได้
นี่เป็นคำเทศน์ในช่วงหนึ่ง จาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ท่าน ว.วชิรเมธี จาก CD ซึ่งถูกบันทึกไว้นานพอสมควร ชื่อหัวข้อ CD ว่า คิดเป็น เห็นธรรม
“ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” เป็นภาษาง่ายๆ อย่างที่ท่านว.วชิรเมธี กล่าวไว้ และ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง เฉพาะกับ สามี – ภรรยา เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกสิ่งมีชีวิต เป็นตามที่ท่านกล่าวจริง หรือ เป็นไปดั่งที่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบและบอกให้เราทราบ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ไม่ต้องดูอื่นไกลตัวเราเลย ร่างกายของทุกคน ทุกชีวิต ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ที่หยุดอยู่กับที่เฉยๆ หายใจเข้า ก็มี หายใจออก ทุกสิ่งล้วนมีการเคลื่อนไหวทั้งสิ้น นี่คือ * ไม่เที่ยง *
แล้ว พอทุกสิ่งเคลื่อนไหว มันก็จะกลายเป็น * ไม่ทน *
แล้ว สิ่งที่ * ไม่เที่ยง ไม่ทน * นี่แหละ คือ * ไม่แท้ *
แล้ว พอทุกสิ่งเคลื่อนไหว มันก็จะกลายเป็น * ไม่ทน *
แล้ว สิ่งที่ * ไม่เที่ยง ไม่ทน * นี่แหละ คือ * ไม่แท้ *
จะเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำความเข้าใจ ดูๆ แล้ว ก็ง่ายมากกกก แต่ทางปฏิบัติ ปรากฏว่า ยากฮะ แถมเกิดตัวทุกข์ นำตัวทุกข์มาให้อีก เพราะอะไร รู้ไหม ? ก็เพราะ เราไปยึดติด ยึดติดเมื่อไหร พี่ทุกข์ก็มาหาเมื่อนั้น ยึดติดนิดส์หนึ่งงงง ก็ทุกข์นะ แต่พระนักปฏิบัติก็จะบอกให้เราทราบว่า ทุกข์ไม่ใช่ไม่ดีนะ ทุกข์จะดี เมื่อเรารู้ตัว พอเรารู้ตัวแล้ว ว่า เกิดทุกข์ + มีสติ ปัญญา ก็เกิดตามมา ไม่มาก ก็น้อย พอย้อนกลับไปเป็นผู้ดู ฮะฮร่า = ) ต้องขอบใจนะ พี่ทุกข์ ขอบใจหลาย (ขอบใจหลาย เป็น ภาษาลาว ความหมาย คือ ขอบคุณมากกกกก)
พระนักปฏิบัติหลายต่อหลายท่านต่างสอนให้เราทราบเรื่องนี้ และ สอนเรา อย่าไปยึดติด หรือ อย่าได้ไปติดกับมันเชียว ท่านว.วชิรเมธี ก็บอกว่า เวลาจะเข้าใจธรรมะ ไม่ถึงแก่นของธรรมะ แต่เวลาทุกข์นะ โหหหห....ถึงแก่นทุกข์ รับทุกข์ไปแบบเต็มเปาเลยยยย.....
พระไพศาล วิสาโล ได้กล่าวไว้ว่า หากเราไปยึดติดกับสิ่ง สิ่งใด หรือ กับใคร เท่ากับว่า..เรากลายเป็นของสิ่งนั้น ไม่ใช่สิ่งนั้นเป็นของเรา หรือ เราเป็นของเขา ไม่ใช่เขาเป็นของเรา อันที่จริงท่านไม่ได้หมายความว่าจะให้เราไปเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอะไร ใดใด ท่านหมายถึงเราอยู่ภายใต้สิ่งสิ่งนั้น เราอยู่ภายใต้คนคนนั้น
ท่านเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง ว่า แม่เสียใจ น้อยใจที่ลูกไม่ยอมพูดกับแม่ แม่บอกลูกว่า ถ้าลูกไม่พูดกับแม่ แม่จะโดดตึกตาย ปรากฏว่า ลูกก็ใจแข็งไม่พูดกับแม่ในเวลานั้น ขณะที่แม่กำลังเสียใจและน้อยใจลูกมาก ที่ลูกไม่ยอมพูดกับแม่ บวกกับที่แม่คงอยากจะให้ลูกพูดกับแม่ให้ได้ ณ ตอนนั้น เวลานั้น ปรากฏว่า พอลูกใจแข็ง ไม่พูดกับแม่ และอาจจะเดินหนีแม่ไป แม่เลยโดดตึกตาย พระไพศาลบอกว่า นี่เท่ากับแม่เป็นของลูกไปแล้ว
นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของ ความ “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนมองว่า ในเมื่อเราเกิดมา เกิดมาที่สามารถจะปฏิบัติได้ แม้ว่า รู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็เหลืออีกอย่าง ที่สำคัญยิ่ง คือ การปฏิบัติ ไม่เพียงให้ผู้อยู่ในบรรพชิตจะเป็นผู้ปฏิบัติ และปฏิบัติได้ อย่างบรรลุผลแล้ว ผู้อยู่ในฆาราวาส ใช่ว่าจะปฏิบัติไม่ได้ เราก็ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ฝึก ฝึกไปทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจาก การฝึกไม่ยึดติด ปลอยวาง ฝึกการมีสติ รู้เนื้อ รู้ตัว รู้ตัวเรา คิดอะไร ทำอะไร รู้สึกอย่างไร ฝึกอยู่กับตนเองด้วยการหายใจ หายใจเข้า..รู้ หายออก...รู้ หากท่านผู้อ่านท่านใดได้มีโอกาสได้ฝึกกับพระนักปฏิบัติ พระผู้รู้ จะยิ่งเป็นแนวทางให้เราได้เข้าใจ เข้าถึงง่าย แล้วเราก็จะรู้สึกถึงการพัฒนาของตนเองด้วยตนเอง โดยไม่มีใครบอกได้ หรือ บอกใครไม่ได้ นอกจากตัวเราจะรู้ด้วยตัวเราเอง
ท่านเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง ว่า แม่เสียใจ น้อยใจที่ลูกไม่ยอมพูดกับแม่ แม่บอกลูกว่า ถ้าลูกไม่พูดกับแม่ แม่จะโดดตึกตาย ปรากฏว่า ลูกก็ใจแข็งไม่พูดกับแม่ในเวลานั้น ขณะที่แม่กำลังเสียใจและน้อยใจลูกมาก ที่ลูกไม่ยอมพูดกับแม่ บวกกับที่แม่คงอยากจะให้ลูกพูดกับแม่ให้ได้ ณ ตอนนั้น เวลานั้น ปรากฏว่า พอลูกใจแข็ง ไม่พูดกับแม่ และอาจจะเดินหนีแม่ไป แม่เลยโดดตึกตาย พระไพศาลบอกว่า นี่เท่ากับแม่เป็นของลูกไปแล้ว
นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของ ความ “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนมองว่า ในเมื่อเราเกิดมา เกิดมาที่สามารถจะปฏิบัติได้ แม้ว่า รู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็เหลืออีกอย่าง ที่สำคัญยิ่ง คือ การปฏิบัติ ไม่เพียงให้ผู้อยู่ในบรรพชิตจะเป็นผู้ปฏิบัติ และปฏิบัติได้ อย่างบรรลุผลแล้ว ผู้อยู่ในฆาราวาส ใช่ว่าจะปฏิบัติไม่ได้ เราก็ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ฝึก ฝึกไปทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจาก การฝึกไม่ยึดติด ปลอยวาง ฝึกการมีสติ รู้เนื้อ รู้ตัว รู้ตัวเรา คิดอะไร ทำอะไร รู้สึกอย่างไร ฝึกอยู่กับตนเองด้วยการหายใจ หายใจเข้า..รู้ หายออก...รู้ หากท่านผู้อ่านท่านใดได้มีโอกาสได้ฝึกกับพระนักปฏิบัติ พระผู้รู้ จะยิ่งเป็นแนวทางให้เราได้เข้าใจ เข้าถึงง่าย แล้วเราก็จะรู้สึกถึงการพัฒนาของตนเองด้วยตนเอง โดยไม่มีใครบอกได้ หรือ บอกใครไม่ได้ นอกจากตัวเราจะรู้ด้วยตัวเราเอง
ก่อนจะจบ ตอน “ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ” ผู้เขียนขอฝาก มงคลชีวิต 38 ประการ ซึ่งพระมหาธนิต แห่งวัดชนะสงคราม ท่านที่ผู้เขียนรู้จัก ท่านแนะผู้เขียน เรื่อง มงคลชีวิต ท่านบอกว่า " มงคล 38 เหมือนบันได 38 ขั้น นำสู่ความเจริญสูงสุด."
คำว่า มงคล หมายถึง เหตุที่นํามาซึ่งความเจริญ ถือว่าจะนำความเจริญมาสู่ และป้องกันไม่ให้สิ่งที่เลวร้ายมากล้ำกราย การปฏิบัติ เจริญรอยตามมงคลชีวิต 38 ประการ ก็จะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ สู่ชีวิตนั้นๆ และหากปฏิบัติในทางกลับกัน ก็จะทำให้เกิดความไม่เป็นมงคล หรือ อัปมงคล หรือ ความไม่สงบสุขขึ้นได้ มงคลชีวิต 38 ประการ มีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน
1. การไม่คบคนพาล
2. การคบบัญฑิต
3. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา
4. การอยู่ในถิ่นอันสมควร หรือ เหมาะสม
5. เคยทำบุญมาก่อน
6. การตั้งตนชอบ
7. ความเป็นพหูสูต
8. การรอบรู้ในศิลปะ
9. มีวินัยที่ดี
10. กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต วาจาสุภาษิต หมายถึง คำพูดที่ผู้พูดได้กลั่นกรองไว้ดีแล้วด้วยใจที่ผ่องใส มิใช่สักแต่พูด
11. การบำรุงบิดา มารดา
12. การสงเคราะห์ เลี้ยงดู บุตร
13. การสงเคราะห์ ภรรยา-สามี
14. ทำงานไม่ให้คั่งค้าง
15. การให้ทาน
16. การประพฤติธรรม
17. การสงเคราะห์ญาติ
18. ทำงานที่ไม่มีโทษ
19. ละเว้น หรือ งดเว้น จากบาป
20. สำรวมจากการดื่มน้ำเมา
21. ไม่ประมาทในธรรม ทั้งหลาย
22. มีความเคารพ หมายถึง ความตระหนัก ซาบซึ้ง รู้ถึงคุณความดีที่มี
23. มีความถ่อมตน
24. มีความสันโดษ
25. มีความกตัญญู
26. การฟังธรรมตามกาล
27. มีความอดทน
28. เป็นผู้ว่าง่าย
29. การได้เห็นสมณะ
30. การสนทนาธรรมตามกาล
31. การบำเพ็ญตบะ
32. การประพฤติพรหมจรรย์
33. การเห็นอริยสัจ
34. การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
35. มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
36. มีจิตไม่เศร้าโศก
37. มีจิตปราศจากกิเลส
38. มีจิตเกษม เกษม แปลว่า ปลอดภัย พ้นภัย สิ้นกิเลส และ มีความสุข
ขอให้ผู้อ่านทุกท่านเจริญสติ เจริญในธรรม = ) อย่าลืมนะ ท่องไว้ ท่องไว้ คาถา นี้ ท่องไว้
“ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ”
“ ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้ ”
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
ผึ้ง สารพัดธรรม
แหล่งข้อมูล
• CD คิดเป็น เห็นธรรม ว. วชิรเมธี จาก ชมรมเพื่อนคุณธรรม www.kunnadham.com
• www.kalyanamitra.org
• http://www.dhammathai.org/treatment/poem/poem00.php
ที่มา : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=36866&t=news_special




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น