" ชีวิตเราเป็นเหมือนเทียน พอจุดแล้วก็มีแต่จะสั้นลงๆไปเรื่อยๆ อายุยาวขึ้นแต่ชีวิตมันสั้นลง ตัวเลขมันยาวขึ้น ตอนนี้ ๔๐ นะ ๕๐ นะ มันยาวขึ้นแต่ชีวิตมันสั้นลง
คือส่วนที่เหลืออยู่นี้จะน้อยลง สั้นลงไปเรื่อยๆ เวลาที่จะได้บำเพ็ญได้เจริญมรรคนี้จะน้อยลงไปเรื่อยๆ อย่าไปผลัดวันประกันพรุ่ง ควรรีบหันเข้ามาทางนี้ มีภารกิจการงานอะไรที่ปลดเปลื้องได้ ตัดได้ ก็ปลดเปลื้องมันไปเถิด ตัดมันไปเถิด ทำงานนี้ดีกว่า งานนี้เป็นงานที่แท้จริง งานอื่นทำไปก็เท่านั้นแหละ "
" เราต้องลุยต้องบุก อย่ารอให้กิเลสบุกแล้วค่อยสู้มัน ถ้ามันบุกแล้วจะสู้ไม่ได้ พอกิเลสออกฤทธิ์แล้ว เราจะอ่อนปวกเปียกไปหมดเลย
จะดื่มไอ้นั่นจะกินไอ้นี่ ก็ต้องยอมมัน เราต้องบุกด้วยการกำหนดปริมาณและตารางเวลา ว่าจะกินจะดื่มเท่าไหร่ เช่นกินมื้อเดียว อยากจะกินอะไรก็กินตอนนั้น เสร็จแล้วก็จบ ถ้าอยากจะดื่มอะไรก็ดื่มตอนนั้น เวลาอิ่มก็ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว ต้องกำหนดอย่างนี้ โทรทัศน์ก็ไม่ดูเลยขายทิ้งไปเลย ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการบันเทิงอย่าให้อยู่ใกล้ตัว บริจาคให้ทานไปเลย อย่างนี้ถึงเรียกว่าบุก เรียกว่าลุย
ถ้านั่งรอเดี๋ยวกิเลสก็มาชวนเราให้ดูเรื่องนั้นเรื่องนี้ เดี๋ยวก็เปรี้ยวปากอยากขบเคี้ยว พอเกิดความรู้สึกอย่างนี้แล้วมันจะสู้ไม่ได้ ถ้าอยากแล้วแต่ไม่มีอะไรให้ขบเคี้ยว ไม่มีอะไรให้ดู ก็จะไม่เป็นปัญหา
พวกเรายังไม่เห็นคุณค่าของความสบายใจกัน เพราะไม่ค่อยได้ดูใจ มัวแต่ไปดูสิ่งนั้นสิ่งนี้ มีคุณค่าอย่างนั้นอย่างนี้ ปล่อยให้ใจแห้งแล้งอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว หิว อยาก ไม่ดูที่ใจกัน ดูผิดที่
การบริกรรมพุทโธๆ หรือกำหนดกรรมฐานนี้ เป็นการดึงใจให้กลับเข้ามาดูใจว่า กำลังเป็นอย่างไร ควรได้รับการดูแลอย่างไร ต้องปฏิบัติให้มาก ถ้าไม่ปฏิบัติจะไม่เห็น "
# เทศนาธรรม ท่านพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #
via fb.Loog Mhoo

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น