วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีการที่จะทำให้เกิดสมาธิ

cr.pic: Twitter.Thairath_News

ถ้ามีสมาธิ... ยืนเดินนั่งนอน ก็มีสมาธิได้ทั้งสิ้น... สมาธิเป็นศัตรูกับความฟุ้งซ่าน... เมื่อไหร่ฟุ้งซ่าน เมื่อนั้นไม่มีสมาธิ เมื่อไหร่มีสมาธิ เมื่อนั้นไม่ฟุ้งซ่าน

วิธีการที่จะทำให้เกิดสมาธิ คือ ต้องขจัดความฟุ้งซ่านออกไป วิธีขจัดความฟุ้งซ่านที่ง่ายที่สุด ก็คือรู้ทันว่าใจกำลังฟุ้งซ่าน 

ถ้าเรารู้ทัน ว่ากำลังโกรธจะหายโกรธ...รู้ทันว่าโลภจะหายโลภ...รู้ทันว่าเสียใจจะหายเสียใจ...จะหายเอง

เมื่อใดมีสติ เมื่อนั้นจะไม่มีกิเลส นี่เป็นกฎของธรรมะ เป็นเรื่องจริง เป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้งมาก เมื่อไรเรามีสติอยู่ กิเลสจะเกิดไม่ได้ กิเลสเกิดตอนเผลอ เราขาดสติเท่านั้น แล้วเราคอยรู้ทัน 

มาฝึกมีสติ...ทำกัมมัฏฐานเสียอย่างหนึ่ง แล้วคอยรู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่านไป จิตที่ฟุ้งซ่านส่วนใหญ่จะฟุ้งซ่านหนีไปคิด...

 อยากดูจิตที่หนีไปคิดไหม๊ ถ้าอยากดูจะพาดู...หลวงพ่อจะหยุดพูดชั่วคราว แล้วห้ามพวกเราคิดนะ เอ้าเริ่ม...

คิดไหม๊... ห้ามไม่ได้หรอก อย่าไปห้ามมันเลย เห็นไหม๊ จิตมันคิดนะ ด้วยวิธีการของเราก็คือ รู้ทันมัน เวลามันคิด เราจะรู้ทันได้ดีต้องมีเครื่องอยู่ คล้ายๆ มีแลนด์มาร์ก มีเครื่องสังเกตุ เพราะหลุดจากเครื่องสังเกตุจะดูง่ายเพราะหลงไปแล้ว

แต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำกัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานอะไรก็ได้ที่เราถนัด คนไหนถนัดรู้ลมหายใจ ก็เห็นร่างกายหายใจ ใจเราเป็นแค่คนดู ถ้าใจเราหนีไปคิดก็คอยรู้ทัน ถ้าใจเราไหลลงไป ฟุ้งซ่านไหลเข้าไปจับอยู่ที่ลมหายใจเราก็รู้ทัน คอยรู้ใจที่ไหลไป 

ทำกัมมัฏฐานเสียอย่างหนึ่งนะ แล้วคอยรู้ทันใจที่ไหล อันนี้ ทำให้เราเกิดสมาธิที่ดีขึ้นมา...

หนึ่งเรารู้ร่างกายหายใจ...ทุกคนลองดูนะ อย่าไปจ้องลมหายใจนะ... ให้เห็นร่างกายทั้งตัวนี้กำลังหายใจอยู่...เห็นด้วยความรู้สึก รู้สึกไหม๊ร่างกายหายใจอยู่

เอาใหม่...ทุกคนลองยิ้มหวานๆซิ...ยิ้ม คล้ายๆ สาวมาบอกรักเรา หรือหนุ่มมาบอกรักเรา เห็นร่างกายกำลังยิ้มไหม๊ เห็นร่างกายหัวเราะไหม๊ ...เห็นด้วยใจนะ เห็นด้วยความรู้สึก

ลองพยักหน้าซิ...เห็นไหม๊ ตัวนี้พยักหน้าอยู่ นี่เรารู้ด้วยความรู้สึกนะ แล้วเราหายใจไป เราเห็นร่างกายนี้หายใจ เรารู้สึกว่าร่างกายหายใจอยู่ 

อย่าไปจ้องใสลมหายใจนะ ส่วนใหญ่จะไปจ้องใส่ลมหายใจ แล้วจิตจะทื่อๆไป สงบแบบนั้นใช้ไม่ได้ สงบแบบเคร่งเครียด...

ลองรู้สึกสิ ...ร่างกายกำลังหายใจ ...รู้สึกแบบสบายๆ ...หัดรู้สึกอย่างนี้นะ แต่ถ้าใจมันแอบไปคิด ...มันไม่ยอมดูร่างกายมันหายใจ มันไปคิดเรื่องอื่น

...โอ๊ย เย็นนี้มีนัด พระท่านพูดมากไม่เลิกซะที...อย่างนี้นะ ใจเราฟุ้งไปแล้ว ใจเราโลภใจเราโกรธอะไรขึ้นมาคอยรู้ทัน 

เพราะฉะนั้น เราหายใจไปนะ เห็นร่างกาย หายใจไป แล้วก็คอยรู้ทันใจตัวเอง ใจเราฟุ้งซ่านหนีไปคิดแล้วเรารู้ทัน ใจไหลไปจ้องอยู่ที่ลมหายใจแล้วรู้ทัน

...ลองไปจ้องที่ลมหายใจซิ ทุกคนลองไปจ้องที่ลมหายใจ... จับอยู่ที่ลมหายใจ ลองดูนะ ลองดู...อืมม ใช้ได้แล้ว เห็นไหม๊ใจทื่อๆ เวลาใจไปจับ แม้กระทั่งจับลมหายใจนะ ใจจะทื่อๆ

 ลองเปลี่ยนใหม่... เห็นร่างกายหายใจ ใจเป็นแค่คนดู สบายๆ เห็นร่างกายมันหายใจ เห็นร่างกายมันนั่งก็ได้ เรากระดุกกระดิก หรือเห็นร่างกายเรากระดุกกระดิก ใจเราแค่เป็นคนดู สบายๆ

นี่ถ้าฝึกอย่างนี้นะ มันจะได้สมาธิที่ดีขึ้นมา สมาธิอันนี้ เอาไว้ทำงานได้สาระพัดเลย...อย่างเราทำงานบ้าน เรากวาดบ้านนะ เห็นร่างกายกวาดบ้าน ใจเราเป็นคนดู ไม่กลุ้มใจนะ ใจสบาย ใจมันมีสมาธิในทุกๆ อิริยาบท

เดินอยู่ก็เห็นร่างกายมันเดิน ใจเป็นคนดู ถ้าใจหนีไปรู้ทัน ใจฟุ้งซ่านแล้วรู้ทัน ใจก็สงบเป็นคนดูอยู่ จะนั่งอยู่ก็เห็น หัดหายใจอยู่ ใจหนีไปเรารู้ทัน ใจก็ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่หนีไป...สงบ ได้สมาธิ

นอนอยู่ก็ได้...เห็นร่างกายมันนอน หายใจไปเรื่อยๆ ใจหนีไปคิดเรารู้ทัน ใจมันก็ตั้งมั่น สงบขึ้นมา...สมาธิทำได้ทุกอิริยาบท

พวกเราไปชิน ดูหนังแบบโบราณ พวกฤาษี พูดถึงสมาธิที่ไร ต้องนั่งท่านี้ทุกที(ท่าขัดสมาธิ มือวางทับกันบนตัก)... ยังกะท่านี้ไม่มีสมาธิยังงั้นแหละ(ท่านั่งเอียงคอ มือเท้าคาง) 

มันมีสมาธิในทุกกระบวนท่า...สมาธิหรือไม่สมาธิ อยู่ที่จิต ถ้าจิตมันตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ยังไงก็มีสมาธิ ถ้าจิตมันฟุ้งซ่าน ยังไงก็ไม่มีสมาธิหรอก 

เพราะฉะนั้น คอยรู้ทันจิตที่มันฟุ้งซ่านนะ ...สมาธิจะเกิด ฝึกเอานะ แล้วจะได้ประโยชน์มหาศาลเลย บางทีรู้ข้อสอบล่วงหน้าด้วยนะจะบอกให้ ไม่ต้องแอบดูคนอื่นเลย... ใจมันจะเด่นดวงขึ้นมา ฝึกไปเรื่อย ความทุกข์มันก็จะลดลงๆ....


ถอดความจาก...หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  วันที่ 20 ส.ค. 57 

https://www.youtube.com/watch?v=G8jj4VFFikg


กัมมัฏฐาน

[กำ-มัด-ถาน] น. ที่ตั้งแห่งการงาน, ควรแก่การทำงาน, งานในที่นี้หมายถึงการทำใจให้หลุดพ้น, กัมมัฏฐาน จึงหมายถึงการทำสมาธิหรือการสงบใจ ทางพระพุทธศาสนามี ๒ ลักษณะ คือ สมถกัมมัฏฐาน (การทำจิตให้สงบ) กับ วิปัสสนากัมมัฏฐาน (การ ใช้ปัญญาพิจารณากฎธรรมดา เมื่อจิตสงบ) ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร(cr.dictionary.sanook.com)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น