วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือสิ่งที่เรามักจะมองไม่เห็น...


สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือสิ่งที่เรามักจะมองไม่เห็น นั่นก็คือความคิด
-พระมหาสมปองตาลปุตฺโต-

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีที่จะเรียนรู้ความจริงของกายของใจ เพื่อไปปฏิบัติ









ถอดความจาก...คลิป YouTube หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แสดงธรรม ณ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2556 https://www.youtube.com/watch?v=c5rAGD_06_0

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีภาวนาง่ายๆ

"สรุปการภาวนาง่ายๆ เลยนะ

1. รักษาศีล 5 


2. ทุกวันต้องแบ่งเวลาไว้ปฏิบัติ ทำในรูปแบบ
อย่างน้อย 15 นาที จะเป็นจะตายก็ต้องทำให้ได้
เป็นเวลาที่เราจะแทนคุณพระพุทธเจ้า


2.1 ถ้าวันไหนฟุ้งซ่านมาก
ก็ภาวนาให้จิตอยู่ในอารมณ์อันเดียว


2.2 วันไหนจิตมีกำลังมากพอ ให้รู้ทันจิตที่เคลื่อนไหว
จิตไหลไปแล้วรู้ จิตจะได้ตั้งมั่น


2.3 วันไหนจิตตั้งมั่นแล้ว แยกธาตุแยกขันธ์
ดูแต่ละธาตุแต่ละขันธ์มันทำงาน


3. หมดเวลาทำในรูปแบบ ก็เจริญสติในชีวิตประจำวัน
มีตาก็ดู มีหูก็ฟัง มีใจก็คิด มีจมูกก็ดมกลิ่น
มีลิ้นก็รู้รส มีร่างกายก็สัมผัส รู้ไป
รู้แล้วก็ให้เห็นความจริงของมันไป
ว่ามันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา"


#หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
#วัดสวนสันติธรรม


cr.Aden Organic Shopหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช on FB


วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อย่าไปผูกใจเจ็บ ให้อโหสิกรรมเสีย




อย่าไปผูกใจเจ็บ
ให้อโหสิกรรมเสีย
ก็จะเป็นสุขกันทุกฝ่าย
- หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน -

วิธีปฏิบัติ...ตามรูปแบบ เพื่อเจริญสติ



ให้เราคอยรู้ทันความรู้สึกของเรา... 


เจอของอร่อย พอใจ เจอของไม่อร่อย ไม่พอใจ ใช่ไหม๊ ...ตา มองเห็น... ตามองเห็นไฟเขียว ความรู้สึกอย่างนี้...ตามองเห็นไฟแดง ความรู้สึกอย่างนี้...ตาเห็นสาวสวย ความรู้สึกอย่างนี้...อย่างเราเดินชมดอกไม้ ชมดอกไม้สวยๆ ในสวนสาธารณะ เดินไปๆ แล้วไปเหยียบ... ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปทันทีเลย ใช่ไหม๊ หรือยังชื่นใจอยู่... หรือกลิ่นยังเสมอกัน...ไม่เป็นหรอก อย่าโกหกตัวเอง รู้ทันความรู้สึกของตัวเองไป...



ตาเห็นรูป ความรู้สึกเปลี่ยน...รู้ทัน
หูได้ยินเสียง ความรู้สึกเปลี่ยน...รู้ทัน



อย่างเราเดินๆ อยู่ได้ยินคนตะโกนมาข้างหลังเรา...ไอ้บ้า โกรธแล้วไหม๊...หันไป โอ๊ยเพื่อนรักเรา มันทักทายด้วยความรัก แทนที่จะโกรธ จากโกรธเปลี่ยนเป็นดีใจ มันเปลี่ยนได้ เราต้องคอยสังเกตุ บางทีเราอยากทำงานเร็วๆ ไม่อยากรับโทรศัพท์ เอาเสียงโทรศัพท์มาหงุดหงิด เวลาเราลุ้นรอแฟนจะโทรมาหาเรา ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดีใจใช่ไหม๊ พอรับปุ๊บเป้นคนอื่น หงุดหงิดแล้ว นี่แหละความรู้สึกมันเปลี่ยน

หูได้ยินเสียงความรู้สึกก็เปลี่ยน จมูกได้กลิ่น ความรู้สึกก็เปลี่ยน อย่างได้กลิ่นหอมชอบใจ ได้กลิ่นเหม็นไม่ชอบใจ บางคนได้กลิ่นหอมไม่ชอบนะ อย่างเวลาเราไปงานศพ เขาเอาน้ำอบไปรด ถ้าเราไม่เคยไปงานศพ ได้กลิ่นน้ำอบจะหอมนะ พอเขาเอาน้ำอบไปรดศพไม่ชอบใจแล้วนึกว่าผีมาเยี่ยม...ใจมันเปลี่ยน หรือเราไอยู่ในบ้านด้กลิ่นเน่าๆ นึกกังวลใจว่าตัวอะไรมาตายในบ้านเรา ถ้าเราไปอยู่ที่มืดๆ ได้กลิ่นเน่าๆ เรากลัวผี ความรู้สึกไม่เหมือนกัน ไม่ใช่กังวลใจกลายเป็นกลัว...

ความรู้สึกทุกชนิดนี้ เรารู้ได้อยู่แล้ว...หรือเวลาที่ใจเราคิด คิดไปเรื่องนี้มีความสุข คิดไปเรื่องนี้มีความทุกข์ ถ้าไปสังเกตุให้ดี สุขทุกข์ทางใจน่ะ  ตามหลังความคิดมานะส่วนใหญ่...ส่วนใหญ่ต้องคิดซะหน่อยนึง...หรือกิเลสทั้งหลาย โลภ โกรธ หลง ทั้งหลาย ตามหลังความคิดมาเป็นส่วนใหญ่

งั้นเราคอยรู้ทัน ..ใจไปคิด..ความรู้สึกมันเปลี่ยน..เรารู้  คิดเรื่องนี้มีความสุข คิดเรื่องนี้มีความทุกข์ บางคนคิดเรื่องเศร้าๆ แล้วมีความสุข เคยเป็นไหม๊ พวกสวมวิญญาณนางเอกน่ะ คิดอะไรเศร้าๆ แสบๆ เจ็บๆนะ แล้วก็มีความสุข พวกนี้เสี่ยงต่อการตกนรก เพราะว่าชอบทำใจให้เศร้า... ในยุคนี้เป็นทั้งผู้ชายผู้หญิง

นี่นะ ใจของเราพลิกแพลงที่สุดเลย คอยรู้ไป คอยรู้ความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพื่อจะบังคับ ไม่ใช่เพื่อเอาดี ไม่ใช่เพื่อเอาสุข ไม่ใช่เพื่อเอาสงบ เพราะอะไร เพราะความดีมันไม่เที่ยง ความสุขไม่เที่ยง ความสงบไม่เที่ยง 

ถ้าเราต้องการพ้นทุกข์จริงๆ เรามาดูการเปลี่ยนแปลงของกายของใจ เพื่อให้เห็นความจริง ไม่ใช่เพื่อเอาดี เอาสุข เอาสงบ อย่างเรานั่งหายใจออกหายใจเข้า เพื่อจะได้เห็นความจริงของร่างกาย เพื่อจะได้เห็นความจริงของจิตใจ ว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันบังคับไม่ได้ (อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา) ไม่ใช่นั่งไปเพื่อเอาความสุข เอาความสงบ เอาความดีอะไรทั้งสิ้น...









หลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรม ณ ชมรมธรรมปรีดา อาคารเล้าเป้งง้วน Full HD

https://www.youtube.com/watch?v=6B1ff3DPM9k

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

"การไม่กังวล การไม่ยึดถือ นั่นแหละวิหารธรรมของนักปฏิบัติ"


"การไม่กังวล การไม่ยึดถือ นั่นแหละวิหารธรรมของนักปฏิบัติ"

-หลวงปู่ดูลย์ อตุโล-

*********

หายใจเข้า... พุท... นับ 1
หายใจออก... โธ... นับ 2

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

"ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ทำอย่างไรกับเรา อย่าหวั่นไหว เฉยไว้ก็ดีเอง"



"ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ทำอย่างไรกับเรา อย่าหวั่นไหว เฉยไว้ก็ดีเอง"

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สติ




https://www.youtube.com/watch?v=JnpbcH1ORU8

หลวงพ่อปราโมทย์ แสดงธรรม ณ ฐณิชาฌ์ เฮลท์ตี้ รีสอร์ท อัมพวา 29 เม.ย. 2558

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีการที่จะทำให้เกิดสมาธิ

cr.pic: Twitter.Thairath_News

ถ้ามีสมาธิ... ยืนเดินนั่งนอน ก็มีสมาธิได้ทั้งสิ้น... สมาธิเป็นศัตรูกับความฟุ้งซ่าน... เมื่อไหร่ฟุ้งซ่าน เมื่อนั้นไม่มีสมาธิ เมื่อไหร่มีสมาธิ เมื่อนั้นไม่ฟุ้งซ่าน

วิธีการที่จะทำให้เกิดสมาธิ คือ ต้องขจัดความฟุ้งซ่านออกไป วิธีขจัดความฟุ้งซ่านที่ง่ายที่สุด ก็คือรู้ทันว่าใจกำลังฟุ้งซ่าน 

ถ้าเรารู้ทัน ว่ากำลังโกรธจะหายโกรธ...รู้ทันว่าโลภจะหายโลภ...รู้ทันว่าเสียใจจะหายเสียใจ...จะหายเอง

เมื่อใดมีสติ เมื่อนั้นจะไม่มีกิเลส นี่เป็นกฎของธรรมะ เป็นเรื่องจริง เป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้งมาก เมื่อไรเรามีสติอยู่ กิเลสจะเกิดไม่ได้ กิเลสเกิดตอนเผลอ เราขาดสติเท่านั้น แล้วเราคอยรู้ทัน 

มาฝึกมีสติ...ทำกัมมัฏฐานเสียอย่างหนึ่ง แล้วคอยรู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่านไป จิตที่ฟุ้งซ่านส่วนใหญ่จะฟุ้งซ่านหนีไปคิด...

 อยากดูจิตที่หนีไปคิดไหม๊ ถ้าอยากดูจะพาดู...หลวงพ่อจะหยุดพูดชั่วคราว แล้วห้ามพวกเราคิดนะ เอ้าเริ่ม...

คิดไหม๊... ห้ามไม่ได้หรอก อย่าไปห้ามมันเลย เห็นไหม๊ จิตมันคิดนะ ด้วยวิธีการของเราก็คือ รู้ทันมัน เวลามันคิด เราจะรู้ทันได้ดีต้องมีเครื่องอยู่ คล้ายๆ มีแลนด์มาร์ก มีเครื่องสังเกตุ เพราะหลุดจากเครื่องสังเกตุจะดูง่ายเพราะหลงไปแล้ว

แต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำกัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานอะไรก็ได้ที่เราถนัด คนไหนถนัดรู้ลมหายใจ ก็เห็นร่างกายหายใจ ใจเราเป็นแค่คนดู ถ้าใจเราหนีไปคิดก็คอยรู้ทัน ถ้าใจเราไหลลงไป ฟุ้งซ่านไหลเข้าไปจับอยู่ที่ลมหายใจเราก็รู้ทัน คอยรู้ใจที่ไหลไป 

ทำกัมมัฏฐานเสียอย่างหนึ่งนะ แล้วคอยรู้ทันใจที่ไหล อันนี้ ทำให้เราเกิดสมาธิที่ดีขึ้นมา...

หนึ่งเรารู้ร่างกายหายใจ...ทุกคนลองดูนะ อย่าไปจ้องลมหายใจนะ... ให้เห็นร่างกายทั้งตัวนี้กำลังหายใจอยู่...เห็นด้วยความรู้สึก รู้สึกไหม๊ร่างกายหายใจอยู่

เอาใหม่...ทุกคนลองยิ้มหวานๆซิ...ยิ้ม คล้ายๆ สาวมาบอกรักเรา หรือหนุ่มมาบอกรักเรา เห็นร่างกายกำลังยิ้มไหม๊ เห็นร่างกายหัวเราะไหม๊ ...เห็นด้วยใจนะ เห็นด้วยความรู้สึก

ลองพยักหน้าซิ...เห็นไหม๊ ตัวนี้พยักหน้าอยู่ นี่เรารู้ด้วยความรู้สึกนะ แล้วเราหายใจไป เราเห็นร่างกายนี้หายใจ เรารู้สึกว่าร่างกายหายใจอยู่ 

อย่าไปจ้องใสลมหายใจนะ ส่วนใหญ่จะไปจ้องใส่ลมหายใจ แล้วจิตจะทื่อๆไป สงบแบบนั้นใช้ไม่ได้ สงบแบบเคร่งเครียด...

ลองรู้สึกสิ ...ร่างกายกำลังหายใจ ...รู้สึกแบบสบายๆ ...หัดรู้สึกอย่างนี้นะ แต่ถ้าใจมันแอบไปคิด ...มันไม่ยอมดูร่างกายมันหายใจ มันไปคิดเรื่องอื่น

...โอ๊ย เย็นนี้มีนัด พระท่านพูดมากไม่เลิกซะที...อย่างนี้นะ ใจเราฟุ้งไปแล้ว ใจเราโลภใจเราโกรธอะไรขึ้นมาคอยรู้ทัน 

เพราะฉะนั้น เราหายใจไปนะ เห็นร่างกาย หายใจไป แล้วก็คอยรู้ทันใจตัวเอง ใจเราฟุ้งซ่านหนีไปคิดแล้วเรารู้ทัน ใจไหลไปจ้องอยู่ที่ลมหายใจแล้วรู้ทัน

...ลองไปจ้องที่ลมหายใจซิ ทุกคนลองไปจ้องที่ลมหายใจ... จับอยู่ที่ลมหายใจ ลองดูนะ ลองดู...อืมม ใช้ได้แล้ว เห็นไหม๊ใจทื่อๆ เวลาใจไปจับ แม้กระทั่งจับลมหายใจนะ ใจจะทื่อๆ

 ลองเปลี่ยนใหม่... เห็นร่างกายหายใจ ใจเป็นแค่คนดู สบายๆ เห็นร่างกายมันหายใจ เห็นร่างกายมันนั่งก็ได้ เรากระดุกกระดิก หรือเห็นร่างกายเรากระดุกกระดิก ใจเราแค่เป็นคนดู สบายๆ

นี่ถ้าฝึกอย่างนี้นะ มันจะได้สมาธิที่ดีขึ้นมา สมาธิอันนี้ เอาไว้ทำงานได้สาระพัดเลย...อย่างเราทำงานบ้าน เรากวาดบ้านนะ เห็นร่างกายกวาดบ้าน ใจเราเป็นคนดู ไม่กลุ้มใจนะ ใจสบาย ใจมันมีสมาธิในทุกๆ อิริยาบท

เดินอยู่ก็เห็นร่างกายมันเดิน ใจเป็นคนดู ถ้าใจหนีไปรู้ทัน ใจฟุ้งซ่านแล้วรู้ทัน ใจก็สงบเป็นคนดูอยู่ จะนั่งอยู่ก็เห็น หัดหายใจอยู่ ใจหนีไปเรารู้ทัน ใจก็ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่หนีไป...สงบ ได้สมาธิ

นอนอยู่ก็ได้...เห็นร่างกายมันนอน หายใจไปเรื่อยๆ ใจหนีไปคิดเรารู้ทัน ใจมันก็ตั้งมั่น สงบขึ้นมา...สมาธิทำได้ทุกอิริยาบท

พวกเราไปชิน ดูหนังแบบโบราณ พวกฤาษี พูดถึงสมาธิที่ไร ต้องนั่งท่านี้ทุกที(ท่าขัดสมาธิ มือวางทับกันบนตัก)... ยังกะท่านี้ไม่มีสมาธิยังงั้นแหละ(ท่านั่งเอียงคอ มือเท้าคาง) 

มันมีสมาธิในทุกกระบวนท่า...สมาธิหรือไม่สมาธิ อยู่ที่จิต ถ้าจิตมันตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ยังไงก็มีสมาธิ ถ้าจิตมันฟุ้งซ่าน ยังไงก็ไม่มีสมาธิหรอก 

เพราะฉะนั้น คอยรู้ทันจิตที่มันฟุ้งซ่านนะ ...สมาธิจะเกิด ฝึกเอานะ แล้วจะได้ประโยชน์มหาศาลเลย บางทีรู้ข้อสอบล่วงหน้าด้วยนะจะบอกให้ ไม่ต้องแอบดูคนอื่นเลย... ใจมันจะเด่นดวงขึ้นมา ฝึกไปเรื่อย ความทุกข์มันก็จะลดลงๆ....


ถอดความจาก...หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  วันที่ 20 ส.ค. 57 

https://www.youtube.com/watch?v=G8jj4VFFikg


กัมมัฏฐาน

[กำ-มัด-ถาน] น. ที่ตั้งแห่งการงาน, ควรแก่การทำงาน, งานในที่นี้หมายถึงการทำใจให้หลุดพ้น, กัมมัฏฐาน จึงหมายถึงการทำสมาธิหรือการสงบใจ ทางพระพุทธศาสนามี ๒ ลักษณะ คือ สมถกัมมัฏฐาน (การทำจิตให้สงบ) กับ วิปัสสนากัมมัฏฐาน (การ ใช้ปัญญาพิจารณากฎธรรมดา เมื่อจิตสงบ) ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร(cr.dictionary.sanook.com)




ต้องชดใช้...


...หลักของธรรมะ ท่านสอนให้ดูตัวเอง




ถอดความจาก...

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ณ ศาลาลุงชิน 17 พ.ย. 56

https://www.youtube.com/watch?v=OzZ7BsrL8rI