วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

....วิธีฟังธรรมที่ดี




"....วิธีฟังธรรมที่ดี ( ตอนที่ ๑ ).."


วิธีฟังธรรมะที่ดี..ไม่ใช่ฟังไปคิดไป แต่ฟังไปแล้วรู้สึกตัวไป

มีความรู้สึกตัวนะ ฟังธรรมไป..สบาย 



อย่าห่วงว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง สมองของเรากับจิตนั้นคนละอันกัน

เราจะไม่ได้ฟังธรรมด้วยสมองแล้ว ต่อไปนี้เราจะฟังธรรมด้วยจิต

เคยได้ยินไหมว่า ' จากจิตสู่จิต '

ถ้าจิตของเราประณีตพอนะ ธรรมะก็จะปรากฏขึ้นแก่จิตของเราเอง

หลวงปู่ดูลย์เคยสอนว่า ธรรมะ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ออกมาจากจิตดวงเดียวนั่นเอง...แต่เป็นจิตพระพุทธเจ้า มีธรรมะเยอะ

จิตพวกเราก็มีธรรมะได้ จิตของเราเองก็เป็นพุทธะ เป็นธาตุรู้อยู่แล้ว

จิตของเราเป็นธาตุรู้อยู่แล้ว

แต่เราถูกนิวรณ์ถูกกิเลสอะไรนี้มาห่อหุ้มไว้จนมันฟุ้งซ่าน

มันไม่สามารถแสดงคุณสมบัติคือความเป็นตัวรู้ของมันออกมาได้จริง

งั้นถ้าจิตของเราสงบ จิตของเราประณีต

จิตของเราอ่อนน้อมต่อพระธรรม จิตของเราเคารพรักต่อพระพุทธเจ้า

เราฟังธรรมด้วยความเคารพ ฟังธรรมไปด้วยใจที่สงบ ใจที่สบาย

ใจที่มีความสุข.. ไม่ต้องกลัวไม่รู้



พอเราฟังธรรมด้วยใจที่ดีพอ

ความรู้ความเข้าใจมันจะเกิดขึ้นในตัวเราเอง ในใจเราเอง

อันนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์มากนะ เป็นเรื่องแปลก

ไม่เหมือนการเรียนวิชาทางโล

วิชาทางโลก อาจารย์สอนอะไรต้องตั้งใจฟังต้องตั้งใจเรียน

จดเอาไว้ คิดเอาไว้



การฟังธรรมภาคปฏิบัติจากครูบาอาจารย์เนี่ยท่านไม่ให้จดด้วยซ้ำไป

สมัยก่อนหนักกว่านั้นอีกนะ อัดเทปยังไม่ได้เลย ท่านถือว่าย่อหย่อน

ท่านให้ภาวนาไป ไม่ใช่ตั้งใจฟังท่านทุกคำพู



เรามาฝึกใจให้ตั้งมั่นให้รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ ไม่ต้องกลัวไม่รู้

เมื่อไหร่เรื่องราวธรรมะที่ท่านเทศน์ มันพอเหมาะพอดีกับใจของเรา



สมมุติใจเราภาวนามาได้ระดับนี้ ถ้าธรรมะของท่านเทศน์อยู่ระดับนี้

ใจเราจะไม่เอา จะไม่รับ เราก็จะรู้สึกตัวของเราภาวนาของเราไปเรื่อย

หรือธรรมะของท่านเทศน์ตรงนี้ ใจเราอยู่แค่นี้ ใจเรายังรับไม่ได้

ก็ฟังไว้อย่างนั้นเอง



แต่ถ้าเมื่อไหร่กระแสธรรมะของท่าน ธรรมะของท่าน

มันตรงพอดีกับจุดที่เราติดขัดอยู่ เราจะเกิด ปิ๊ง ขึ้นมาในใจ

เราจะเข้าใจขึ้นในพริบตาเดียวเท่านั้นเอง เกิดความรู้ถูกเข้าใจถูกขึ้นมา



งั้นการฟังธรรมะไม่เหมือนฟังแลคเชอร์ ไม่ใช่ฟังไปคิดไป

เราฟังไปแล้วเราคอยรู้ทันจิตใจของเราไปเรื่อยๆ



ฟังไปแล้วจิตใจมีความสุข รู้ว่ามีความสุข

ฟังแล้วจิตใจสงบ รู้ว่าจิตใจสงบ

ฟังแล้วฟุ้งซ่าน รู้ว่าฟุ้งซ่าน..



ฟังแล้วสงสัย รู้ว่าสงสัย ตรงที่ฟังแล้วสงสัยเนี่ยคือฟังไปคิดไป

ถ้าไม่ฟังไปคิดไป ไม่สงสัย ความสงสัยเกิดจากความคิดทั้งหมดเลย



งั้นเราฟังไปด้วยความรู้สึกตัวนะ รู้สึกกายรู้สึกใจไป

เห็นร่างกายนั่ง ใจเป็นดู นั่งภาวนาของเราอย่างนี้แหล



แต่ถ้าเมื่อไรกระแสธรรมะมันตรงกับใจของเรา

ใจเราจะตื่นตัวขึ้นมาฟังธรรมะเอง จะขึ้นมาได้เองนะ ฟังเอง



พระธรรมเทศนาบางช่วงบางตอน


สวนสันติธรรม


วันอาทิตย์ ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๕

หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชฺโช (-/\-)

ขอขอบคุณที่มาข้อธรรม


http://www.dharmamag.com/index.php


มีการจัดรูปแบบเพิ่มเติมเพื่อความสะดวก


ขอบคุณที่มาภาพหลวงพ่อ บ้านจิตสบาย 


https://www.facebook.com/baanjitsabuy
 

· 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น