วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

... ทางพ้นทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ป่า ให้รู้ลงปัจจุบันไป


... ทางพ้นทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ป่
ให้รู้ลงปัจจุบันไป

ภาวนานะอย่าไปเลือกสิ่งแวดล้อม
เราจำเป็นต้องอยู่ในบ้าน เราก็ภาวนาในบ้าน
เราต้องอยู่บนถนน ขับรถอยู่ ก็ภาวนาบนถนน
อยู่ที่ไหน...เราก็ภาวนาที่นั่น

Cr.หนังสือประมวลธรรมเทศนา เล่ม ๑
หน้าที่ ๕๐๔




cr.Suganya Jiumvirisatian
 on F
B

เราภาวนาเพื่อสู้กับความไม่รู้ของตัวเอง


เราภาวนาเพื่อสู้กับความไม่รู้ของตัวเอง
ไม่ได้สู้กับคนอื่นหรอก

บางคนภาวนาแล้วได้ผลเร็ว บางคนได้ผลช้า
ไม่ได้เอาไว้แข่งกัน
เราสู้กับความไม่รู้ของตัวเอง ความไม่รู้อริยสัจ

เพราะเราไม่รู้ความจริงของชีวิต
เราถึงต้องมีความทุกข์ขึ้นมา

ถ้าเมื่อไรรู้ความจริงของชีวิตอย่างแจ่มแจ้งว่า
กายนี้ใจนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ มันจะปล่อยวาง
หลังจากนั้นเราจะมีชีวิตที่ไม่ทุกข์แล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช
๑๓ มีนาคม ๒๕๕๒
cr. Loey Tmc on FB

"โสดาปัตติมรรค เป็นอนันตริยกรรมฝ่ายดี"



"โสดาปัตติมรรค เป็นอนันตริยกรรมฝ่ายดี"

เจริญสติไว้นะ มีสติไว้ ความรู้สึกอะไรเกิดที่ใจคอยรู้ ความรู้สึกอะไรเกิดที่ใจคอยรู้ รู้บ่อยๆ รู้จนมันเคยชินที่จะรู้ ไม่ได้เจตนาจะรู้ ก็รู้ขึ้นได้เอง พอเราภาวนาถึงจุดที่ไม่เจตนาจะรู้ก็รู้ได้เอง ต่อไปเวลานิมิตไม่ดีเกิดตอนจะตายนะ สติเกิดเองเลย ถ้านิมิตดีเกิดนะ จิตใจก็ร่าเริงไป นิมิตไม่ดีเกิด จิตใจตกใจขึ้นมา จิตใจกลัวขึ้นมา มันเห็นปั๊บ ขาดสะบั้นเลยนะ

เป็นวิธีเอาตัวรอดของพวกเรานะ ถ้าหลายๆคนก็ยังทำบาปอยู่ ต่อไปก็ลดๆ นะ พยายามถือศีลห้าไว้ ใจมันจะรวมง่าย มีสมาธิเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถือศีลห้าไว้ แล้วก็ค่อยๆ ฝึกรู้ทันใจของตัวเองบ่อยๆ ใจของเราเปลี่ยนแปลงทั้งวัน เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ชั่ว หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คอยรู้อยู่เท่านี้แหละพอแล้ว เหลือเฟือแล้วนะ งั้นใจจะสุขก็รู้ ก็จะเห็นเลยว่า ความสุขมันมาแล้วมันก็ไป ใจจะทุกข์ก็รู้ ก็จะเห็นว่า ความทุกข์มาแล้วก็ไป ใจเป็นกุศลก็รู้ ใจโลภ โกรธ หลง ก็รู้ ก็เห็นอีกว่าทุกอย่างมาแล้วก็ไป เนี่ยมันเห็นซ้ำ ๆ ๆ นะ

บางคนมีบุญวาสนามาก ไม่ต้องเอาไปใช้ตอนตาย ตอนที่เราคอยรู้กายรู้ใจอยู่อย่างนี้ เราเห็นทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับไป ดับไป นะ สุข-ทุกข์ ดี-ชั่ว มาแล้วก็ไปหมด ใจมันเกิดปัญญาขึ้นมาอย่างแก่กล้า มันเห็นความจริงว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดดับไปเป็นธรรมดา ใจสรุปได้ ไม่ใช่เราสรุป ไม่ใช่ใช้สมองคิดเอง เนี่ย ใจมันเข้าถึงความจริง ใจมันยอมรับความจริง ตรงนี้นะ เป็นพระโสดาบัน

ถ้าได้โสดาบันเนี่ย ได้อนันตริยกรรมฝ่ายดีละ จะไม่ไปอบาย สบายหน่อย สบายใจได้หน่อย แต่ถามว่า แล้วกรรมฝ่ายชั่วที่เคยทำมาก่อนเป็นพระโสดาบัน มันจะให้ผลมั๊ย มันจะไปให้ผลหลังจากการเกิดแล้ว หมายถึงว่า มันอาจจะให้ผลในชีวิตนี้ก็ได้ ตอนนี้ก็เป็นชีวิตหลังที่เกิดมาแล้ว มันจะไม่ให้ผลในการพาไปเกิด เพราะอนันตริยกรรมการบรรลุโสดาฯเนี่ย เป็นอนันตริยกรรมฝ่ายดี เป็นตัวพาเราไปเกิด ไปเกิดเป็นมนุษย์ก็ได้ เป็นเทพก็ได้ เป็นพรหมก็ได้ แล้วแต่คุณภาพของจิตใจ ถ้าเราไปมีศีลมีธรรมอะไรอยู่อย่างนี้พอดีๆ อย่างนี้ ก็เป็นมนุษย์ไป หรือถ้าใจเป็นบุญเป็นกุศลมาก ร่าเริงในธรรมมาก ก็เป็นเทพไป ใจเราสงบมาก ก็ไปเป็นพรหมไปนะ ใจมันก็ไปตามกรรมพาไป ก็จะไม่ไปอบาย ก็ปลอดภัยหน่อย

เพราะฉะนั้นชาตินี้นะเพื่อความปลอดภัย ไม่ต้องซื้อประกันชีวิต พยายามเจริญสติให้มาก ถ้าใครขายประกันก็ไม่ว่านะ ใครจะซื้อก็ไม่ว่าหรอก หลวงพ่อพูดให้ฟัง เปรียบเทียบให้ฟัง ประกันชีวิตมันก็ตายอยู่ดีแหละ ก็ไม่แน่นอน ไม่รู้จะได้นานแค่ไหน ประกันไม่ได้จริงหรอก มันประกันว่าตายแล้วได้เงินต่างหาก ไม่ได้ประกันชีวิตหรอก ชีวิตเราไม่มีใครค้ำประกันได้ ไม่เหมือนได้โสดาบันนะ เรามีหลักประกันแน่นอนแล้ว

ถ้าก่อนเป็นโสดาบัน เจอใครแล้วด่าเขาไปเรื่อยๆ หรือชกเขาไปเรื่อยๆ ตีเขาไปเรื่อยๆ เคยลักเคยขโมย ตอนไปเกิด(หลังจากได้โสดาฯ – ผู้ถอด) ไปเกิดเป็นมนุษย์นะ เป็นมนุษย์แต่โดนเขาตีโดนเขาด่า โดนเขาขโมยอะไรอย่างนี้ ความชั่วจะตามไปให้ผลหลังการเกิดแล้ว ส่วนอนันตริยกรรมฝ่ายดี คือการเป็นโสดาฯ ให้ผลพาไปเกิดที่ดี ตัวนี้ให้ผลก่อน เพราะฉะนั้นพยายามพยายามพากเพียรนะ พยายามมีสติ รักษาศีล ๕ เอาไว้ให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ฆราวาสรักษาศีล ๕ ยาก แค่ ๕ ข้อก็ยากแล้วฆราวาส ต้องพยายาม ต้องอดทนเอา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๗
File: 571012.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๕๓ ถึงนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๘
‪#‎หลวงพ่อปราโมทย์‬ ปาโมชฺโช
‪#‎วัดสวนสันติธรรม‬
‪#‎ธรรมะ‬ ‪#‎คำสอน‬

Cr. Villa Aden on FB

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

....วิธีฟังธรรมที่ดี




"....วิธีฟังธรรมที่ดี ( ตอนที่ ๑ ).."


วิธีฟังธรรมะที่ดี..ไม่ใช่ฟังไปคิดไป แต่ฟังไปแล้วรู้สึกตัวไป

มีความรู้สึกตัวนะ ฟังธรรมไป..สบาย 



อย่าห่วงว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง สมองของเรากับจิตนั้นคนละอันกัน

เราจะไม่ได้ฟังธรรมด้วยสมองแล้ว ต่อไปนี้เราจะฟังธรรมด้วยจิต

เคยได้ยินไหมว่า ' จากจิตสู่จิต '

ถ้าจิตของเราประณีตพอนะ ธรรมะก็จะปรากฏขึ้นแก่จิตของเราเอง

หลวงปู่ดูลย์เคยสอนว่า ธรรมะ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ออกมาจากจิตดวงเดียวนั่นเอง...แต่เป็นจิตพระพุทธเจ้า มีธรรมะเยอะ

จิตพวกเราก็มีธรรมะได้ จิตของเราเองก็เป็นพุทธะ เป็นธาตุรู้อยู่แล้ว

จิตของเราเป็นธาตุรู้อยู่แล้ว

แต่เราถูกนิวรณ์ถูกกิเลสอะไรนี้มาห่อหุ้มไว้จนมันฟุ้งซ่าน

มันไม่สามารถแสดงคุณสมบัติคือความเป็นตัวรู้ของมันออกมาได้จริง

งั้นถ้าจิตของเราสงบ จิตของเราประณีต

จิตของเราอ่อนน้อมต่อพระธรรม จิตของเราเคารพรักต่อพระพุทธเจ้า

เราฟังธรรมด้วยความเคารพ ฟังธรรมไปด้วยใจที่สงบ ใจที่สบาย

ใจที่มีความสุข.. ไม่ต้องกลัวไม่รู้



พอเราฟังธรรมด้วยใจที่ดีพอ

ความรู้ความเข้าใจมันจะเกิดขึ้นในตัวเราเอง ในใจเราเอง

อันนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์มากนะ เป็นเรื่องแปลก

ไม่เหมือนการเรียนวิชาทางโล

วิชาทางโลก อาจารย์สอนอะไรต้องตั้งใจฟังต้องตั้งใจเรียน

จดเอาไว้ คิดเอาไว้



การฟังธรรมภาคปฏิบัติจากครูบาอาจารย์เนี่ยท่านไม่ให้จดด้วยซ้ำไป

สมัยก่อนหนักกว่านั้นอีกนะ อัดเทปยังไม่ได้เลย ท่านถือว่าย่อหย่อน

ท่านให้ภาวนาไป ไม่ใช่ตั้งใจฟังท่านทุกคำพู



เรามาฝึกใจให้ตั้งมั่นให้รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ ไม่ต้องกลัวไม่รู้

เมื่อไหร่เรื่องราวธรรมะที่ท่านเทศน์ มันพอเหมาะพอดีกับใจของเรา



สมมุติใจเราภาวนามาได้ระดับนี้ ถ้าธรรมะของท่านเทศน์อยู่ระดับนี้

ใจเราจะไม่เอา จะไม่รับ เราก็จะรู้สึกตัวของเราภาวนาของเราไปเรื่อย

หรือธรรมะของท่านเทศน์ตรงนี้ ใจเราอยู่แค่นี้ ใจเรายังรับไม่ได้

ก็ฟังไว้อย่างนั้นเอง



แต่ถ้าเมื่อไหร่กระแสธรรมะของท่าน ธรรมะของท่าน

มันตรงพอดีกับจุดที่เราติดขัดอยู่ เราจะเกิด ปิ๊ง ขึ้นมาในใจ

เราจะเข้าใจขึ้นในพริบตาเดียวเท่านั้นเอง เกิดความรู้ถูกเข้าใจถูกขึ้นมา



งั้นการฟังธรรมะไม่เหมือนฟังแลคเชอร์ ไม่ใช่ฟังไปคิดไป

เราฟังไปแล้วเราคอยรู้ทันจิตใจของเราไปเรื่อยๆ



ฟังไปแล้วจิตใจมีความสุข รู้ว่ามีความสุข

ฟังแล้วจิตใจสงบ รู้ว่าจิตใจสงบ

ฟังแล้วฟุ้งซ่าน รู้ว่าฟุ้งซ่าน..



ฟังแล้วสงสัย รู้ว่าสงสัย ตรงที่ฟังแล้วสงสัยเนี่ยคือฟังไปคิดไป

ถ้าไม่ฟังไปคิดไป ไม่สงสัย ความสงสัยเกิดจากความคิดทั้งหมดเลย



งั้นเราฟังไปด้วยความรู้สึกตัวนะ รู้สึกกายรู้สึกใจไป

เห็นร่างกายนั่ง ใจเป็นดู นั่งภาวนาของเราอย่างนี้แหล



แต่ถ้าเมื่อไรกระแสธรรมะมันตรงกับใจของเรา

ใจเราจะตื่นตัวขึ้นมาฟังธรรมะเอง จะขึ้นมาได้เองนะ ฟังเอง



พระธรรมเทศนาบางช่วงบางตอน


สวนสันติธรรม


วันอาทิตย์ ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๕

หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชฺโช (-/\-)

ขอขอบคุณที่มาข้อธรรม


http://www.dharmamag.com/index.php


มีการจัดรูปแบบเพิ่มเติมเพื่อความสะดวก


ขอบคุณที่มาภาพหลวงพ่อ บ้านจิตสบาย 


https://www.facebook.com/baanjitsabuy
 

· 

"ชีวิตเป็นของชั่วคราว...



"ชีวิตเป็นของชั่วคราว
หมดแล้วหมดเลยนะ
ชีวิตถัดไป ชาติถัดไป
จะได้เจอศาสนาพุทธหรือเปล่า..ไม่แน่
จะได้เป็นคนหรือเปล่า..ไม่แน่
ชาตินี้ได้ทุกอย่างพร้อมกันหมดแล้ว
อย่าให้เสียโอกาส
ต้องพัฒนาตัวเองให้ได้"


#หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
#วัดสวนสันติธรรม

source: Aden Organic Shopหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช on FB
 ·